แผ่นแปะเท้า ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย-นอนหลับสบายจริงหรือไม่?

แผ่นแปะเท้าดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกายได้จริงหรือ?ตามทฤษฎีของแพทย์แผนจีน การใช้แผ่นแปะเท้าไม่สามารถดูดซึมเอาสารพิษอันตรายอย่างโลหะหนัก หรือสารอื่นๆ ออกมาจากร่างกายผ่านฝ่าเท้าได้อย่างแน่นอน

แผ่นแปะฝ่าเท้า เรื่องลวงโลก?

จะบอกว่าแผ่นแปะฝ่าเท้าไร้ประโยชน์ ไม่มีส่วนช่วยในเรื่องใดๆ ในร่างกายเลยก็ดูจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะแผ่นแปะฝ่าเท้าเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ความอบอุ่นกับฝ่าเท้าขณะนอนหลับได้ แพทย์แผนจีนจะเรียกว่า การอุ่นเส้นลมปราณ

ชาวจีนอาจใช้สมุนไพรจีนอย่าง โกศจุฬาลัมพา เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ส่วนชาวไทยจะใช้วิธีการ ประคบสมุนไพร หรือที่เรียกว่า อังคบพระเส้นในตำรับเก่าแก่สมัยโบราณ ที่ช่วยให้ฝ่าเท้าอุ่นแล้วส่งต่อพลังความอุ่นไปให้ทั่วร่างกาย เมื่อส่วนเท้า ส่วนขาอุ่น ร่างกายจะดึงอุณหภูมิส่วนบนลงมา ทำให้ศีรษะเย็นลง เราก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ยิ่งหากได้รับการนวดเบาๆ ที่ฝ่าเท้าประกอบกันด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้ร่างกายผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น ในแง่ของการให้ความอบอุ่นของฝ่าเท้า แผ่นแปะเท้าก็อาจช่วยให้เรานอนหลับได้สบาย และผ่อนคลายความตึงเครียดได้ดียิ่งขึ้นได้ ที่เห็นแผ่นเป็นสีดำๆ ไม่ใช่เพราะดูดสารพิษออกมา แต่เพราะเป็นปฏิกิริยาของแผ่นแปะเท้า และสมุนไพร ที่สัมผัสกับอุณหภูมิความร้อน และเหงื่อที่ฝ่าเท้าของเรามากกว่า

ข้อควรระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์อุ่นฝ่าเท้า

หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือสมุนไพรที่มีความร้อนมากเกินไป อาจเป็นการเพิ่มความร้อนให้กับร่างกายมากขึ้นไปอีก แต่เนื่องจากสุขภาพโดยรวมของคนทั่วไปในสมัยนี้มักมีปัญหาที่ส่วนบน หรือส่วนศีรษะร้อน เช่น ความดันโลหิตสูง ความเครียดสะสม นอนไม่หลับ และส่วนมากขาจะเย็น

ดังนั้นหากอยากให้ช่วงเท้าช่วงขาร้อนขึ้นในแบบพอดีๆ แนะนำให้แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนราว 20-30 นาที ก็จะช่วยระบบไหลเวียนของลมปราณ รวมไปถึงอวัยวะต่างๆ เช่น การทำงานของไต และฮอร์โมน ทำงานได้ดีขึ้น

ไม่อยากใช้แผ่นแปะเท้า ได้ไหม?

ไม่มีความจำเป็นต้องใช้แผ่นแปะเท้าเพื่อให้ความอบอุ่นกับเท้า สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความอบอุ่น เช่น แช่น้ำอุ่น น้ำมันนวดบางชนิดที่ให้ความร้อน ถุงเท้านุ่มๆ ใส่ก่อนนอน อย่าใช้พัดลมหรือแอร์เป่าขานอน แต่หากใครที่ขาร้อน เท้าร้อนอยู่แล้ว อย่าทำให้เท้าร้อนไปกว่าเดิม

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการแช่เท้า หรือทำให้เท้าอุ่นร้อนจนเกินไป ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีเส้นเลือดขอด และผู้ที่มีแผลติดเชื้อ หรือเป็นโรคผิวหนังที่เท้า

ที่มาของเนื้อหาบางส่วน : http://www.sanook.com/health/