ถ่านไม้ไผ่ เครื่องมือขับล้างสารพิษตกค้างชั้นยอดจากธรรมชาติ

 

ถ่านไม้มีสรรพคุณมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ดูดกลิ่นอับชื้น ยังสามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านไม้ไผ่ที่เผาด้วยความร้อนสูง ได้มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขจัดสารตกค้างในร่างกาย นอกเหนือจากการใช้เป็นเชื้อเพลิง ประกอบอาหารตั้งแต่โบราณแล้ว เคล็ดลับแม่บ้านในห้องครัวอาจจะคุ้นเคย กับการวางก้อนถ่านไม้ดำๆ สักก้อนไว้ช่วยดูดกลิ่นในตู้เย็น แต่คงไม่คุ้นกับการใช้’ถ่าน’ในประโยชน์อื่นๆ อย่างเครื่องสำอาง สารขจัดพิษ หรือวัสดุเพื่อการผ่อนคลาย โดยเฉพาะถ่านไม้ที่ผลิตจากไม้ไผ่
ถ่านไม้ไผ่ เครื่องมือขับล้างสารพิษตกค้างชั้นยอดจากธรรมชาติ

ถ่านไม้ไผ่คืออะไร ถ่านไม้ไผ่ หรือ Bamboo Charcoal คือ ถ่านที่ได้จากการเผาไม้ไผ่ในอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส มีรูปทรงของไม้ไผ่ชัดเจน ผิวของถ่านจะมีความเงาเล็กน้อย หากเคาะกับพื้นแข็งจะมีเสียงดังกังวานเหมือนโลหะ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์ของธาตุคาร์บอนสูง ความรู้วิวัฒนาการการใช้ถ่านไม้ไผ่ตามเอกสารเผยแพร่โดย ศูนย์ประสานงานโครงการเกษตรผสมผสานและสถาบันเพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบท จำเนียร สาระนาค หรือสจส.นั้น (ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับถ่านสุขภาพ แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ โดย ปัญญา ปุลิเวคินทร์)

ระบุว่า มีต้นทางจากประเทศจีน เมื่อพบหลักฐานถ่านไม้จำนวน 5 ตันอยู่ในสุสานมัมมี่ผู้หญิงวัย 53 ปีอายุกว่า 2,100 ปีในประเทศจีน จึงสันนิษฐานว่า ถ่านถูกใช้ดูดความชื้นของอากาศ เพื่อรักษาความสดของมัมมี่ ต่อมาญี่ปุ่นนำเอาความรู้นี้ไปใช้อย่างแพร่หลายในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 สืบทอดถึงปัจจุบัน ซึ่งในจีนมีโรงงานผลิตถ่านไม้ไผ่ขนาดใหญ่อยู่ที่เมืองกุ้ยหลินด้วย ถ่านชนิดนี้จึงรู้จักแพร่หลายในภาษาญี่ปุ่นว่า ทาเกะซูมิ หรือ ชิกุตัน คุณลักษณะพิเศษของถ่านไม้ไผ่ที่แตกต่างจากถ่านไม้อื่นๆ คือ ถ่านน้ำหนักเพียง 1 กรัม นั้นมีพื้นผิวภายในถึง 300-700 ตารางเมตร ขณะที่ถ่านไม้ทั่วไปน้ำหนักเท่ากันมีพื้นผิวเพียง 50 ตารางเมตรเท่านั้น และถ่านไม้ไผ่มีโพรงภายในเนื้อถ่านมากกว่าชนิดอื่นถึง 4 เท่า จึงสามารถดูดซับกลิ่นและมีจุลินทรีย์ที่จะย่อยสลายสารประกอบที่ถ่านดูดซับมาให้ระเหยไปได้ง่าย สำหรับถ่านที่ผ่านการเผาในความร้อนสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส จะปล่อยรังสีอินฟราเรดคลื่นยาวที่ให้ความอบอุ่นและประจุลบ หรือ negative ion ที่สามารถเปลี่ยนอนุมูลอิสระให้เป็นออกซิเจน ซึ่งคุณสมบัตินี้ถูกนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขับพิษสารตกค้างในร่างกายได้ ถ่านไม้ไผ่ยังมีดูดซับคลื่นอิเลคทรอแม็กเนติก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุ อาทิ แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียมและธาตุเหล็ก เป็นต้น

ถ่านไม้ไผ่จึงถูกนำไปใช้ทั้งในด้านการเกษตร การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม สิ่งทอ ฯลฯ ประโยชน์มากกว่าที่คิด สำหรับในชีวิตประจำวันถ่านไม้ไผ่สามารถใช้ตั้งแต่การรักษาสภาพแวดล้อมไปจนถึงการประกอบอาหาร การประทินผิว และช่วยขจัดสารตกค้างในร่างกาย คุณสมบัติการดูดซับกลิ่นและความชื้น และปล่อยประจุลบ (มีผลในการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์สดชื่นขึ้น)ของถ่านไม้ไผ่ เหมาะสำหรับวางก้อนถ่านไว้ในตู้เสื้อผ้า ห้องครัวห้องน้ำ ตู้เก็บของหรือกล่องรองเท้า วางในรถยนต์ก็ได้ รวมทั้งวางดูดก๊าซพิษที่ระเหยมาจากสีทาบ้านหรือโพลี่บอร์ดในอาคารหรือห้องที่เพิ่งตกแต่งใหม่ได้ด้วย การปล่อยประจุลบของถ่านไม้ไผ่ยังช่วยแก้มลภาวะในน้ำเสีย ท่อระบายน้ำที่ปล่อยน้ำซักผ้าและกลิ่นเน่า ถ่านไม้ไผ่จะดูดซับคลอรีนและสารมีพิษภายในน้ำดื่มและให้แร่ธาตุตามธรรมชาติที่กล่าวถึงข้างต้นมากขึ้นด้วย ในการหุงข้าว ถ่านไม้ไผ่ช่วยดูดกลิ่นคลอรีนออกจากน้ำ ดูดซับจุลินทรีย์และสารพิษในข้าว เพิ่มแร่ธาตุให้ข้าวหุงสุก ทำให้รสชาติดี คุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ เพิ่มประจุลบซึ่งกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายคนได้ ถ่านไม้ไผ่ จึงมีผลในการขับสารเคมีตามผิวหนัง ผิวหนังจึงนุ่มชุ่มชื้นสะอาดและอบอุ่น

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ถ่านไม้ไผ่กับร่างกายจึงมีทั้ง สบู่ ครีมบำรุงผิว แชมพู ครีมนวดผม และน้ำแร่ ปรับสภาพผิว ซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยการปล่อยประจุลบและแร่ธาตุในถ่าน เพื่อขับล้างสารพิษตกค้างและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังและเส้นผมนั่นเอง ประจุลบที่ถ่านไม้ไผ่ปล่อยออกมาทำปฏิกิริยาเปลี่ยนอนุมูลอิสระเป็นออกซิเจนนั้น ยังมีผลต่อความดันโลหิต ระบบการหายใจและระบบประสาททำงานอัตโนมัติมีประสิทธิภาพขึ้น มีผลต่อการนอนหลับและผ่อนคลาย รังสีอินฟราเรดคลื่นยาวจากถ่านจะช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกาย ประกอบกับการดูดซับความชื้น ฟอกอากาศและขับไล่แมลงได้ จึงมีผู้นำถ่านไม้ไผ่ไปใช้ทำฟูกที่นอนและหมอน หรือเพียงแค่วางไว้ใต้เตียง ก็ช่วยขจัดความชื้นในห้องนอน

นอกจากนี้ถ่านไม้ไผ่ยังช่วยดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งรั่วซึมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เตาอบและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ด้วย ข้อควรระวังบางอย่าง อย่างไรก็ตามคุณประโยชน์ของถ่านไม้ไผ่เหล่านี้ จะได้จากถ่านไม้ไผ่ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีการเผาด้วยความร้อนสูงอย่างถูกวิธีเท่านั้น

ที่มา : http://www.greenshopcafe.com/mobi/greennewss.php?id=972